หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทำยังไง? ถ้า Uninstall/Remove Kaspersky Antivirus 2012 ไม่ได้

หากเพื่อนๆติดตั้งโปรแกรมKaspersky Antivirus 2012 ลงไปในเครื่องแล้ว ทำให้เครื่องอืด เครื่องช้า หรือไม่ชอบ แล้วต้องการจะ Remove หรือ Uninstall ออก ต่อไปนี้จะเป็นวิธี Uninstall/Remove โปรแกรม Kaspersky Antivirus 2012 ออกจากเครื่องด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. ให้ไปคลิกขวาที่ไอคอนรูปตัว K ที่แถบ Task bar (ที่อยู่มุมล่างขวาของหน้าจอ) แล้วเลือกเมนู Exit ตัวอย่าง ดังรูป

[caption id="attachment_521" align="aligncenter" width="210" caption="Exit Kaspersky Antivirus 2012"][/caption]

2. เมื่อจบการทำงาน ปิดโปรแกรม Kaspersky Antivirus 2012 ออกไปแล้ว ให้ไปที่เมนู Start > All Programs > เลือก Kaspersky Anti-Virus 2012 > เลือก Remove Kaspersky Anti-Virus 2012 ตัวอย่าง ดังรูป

[caption id="attachment_522" align="aligncenter" width="300" caption="Remove Kaspersky Anti-Virus 2012"][/caption]

3. จากนั้นจะมีหน้าต่าง Remove Kaspersky Anti-Virus 2012 Wizard ขึ้นมา ให้กดปุ่ม Next ต่อจากนั้นจะมี ตัวเลือกให้เลือกสำหรับ Uninstall Kaspersky Anti-Virus 2012 ดังนี้
3.1 Complete uninstall เป็นตัวเลือกสำหรับลบโปรแกรม Kaspersky Anti-Virus 2012 ออกจากเครื่องให้สะอาดหมดจด ถ้าหากไม่ต้องการที่จะใช้โปรแกรม Kaspersky Anti-Virus 2012 อีก ก็ให้เลือกตัวเลือกนี้
3.2 Save application objects เป็นตัวเลือกที่ลบโปรแกรมKaspersky Anti-Virus 2012 ออกจากเครื่อง แต่ไม่ทั้งหมด ซึ่งบางส่วนที่ให้เราสามารถเลือกเก็บไว้ได้ (ตัวเลือกนี้ เหมาะสำหรับคนที่จะอัพเดทเวอร์ชั่นของKaspersky Anti-Virus 2012 ในอนาคต) ซึ่งมีดังนี้
* Activation data - ติ๊กเลือกเพื่อเก็บข้อมูลการ Activate การใช้งาน
* Backup and Quarantine files - ติ๊กเพื่อเก็บพวกไฟล์ที่โปรแกรมตรวจสอบพบว่าเป็นไวรัส
* Operational settings of the application - ติ๊กเพื่อเก็บการตั้งค่าการใช้งานต่างๆของโปรแกรม
* iChecker data - ติ๊กเพื่อให้เร่งการทำงานของโปรแกรม

4. เมื่อเลือกตัวเลือกสำหรับ Remove ได้แล้ว ให้กดปุ่ม Next โปรแกรมก็จะทำการลบไฟล์ ลบอ๊อปเจ็กต์ต่างๆ รวมไปถึงค่าใน Registry Windows ออกไปด้วย และให้รอ จนกระทั่งมีหน้าต่างไดอะล๊อกซ์ปรากฏขึ้นมา เพื่อยืนยันการรีสตาร์ทเครื่อง ให้กดปุ่ม Yes เพื่อรีสตาร์ทเครื่อง และให้การ Uninstall/Remove Kaspersky Anti-Virus 2012 เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งตัวอย่างขั้นตอนของการ Remove Kaspersky Anti-Virus 2012 Wizard เป็น ดังรูป

[caption id="attachment_523" align="aligncenter" width="300" caption="Remove Kaspersky Anti-Virus 2012 Wizard"][/caption]

เพียงเท่านี้ก็สามารถ Uninstall/Remove โปรแกรม Kaspersky Antivirus 2012 ออกจากเครื่องได้แล้วหล่ะครับ :D

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วิธีลบ Privacy Protection โปรแกรมกำจัดไวรัสปลอม

โปรแกรมPrivacy Protection โปรแกรมกำจัดไวรัสปลอม

[caption id="attachment_512" align="aligncenter" width="300" caption="privacy protection main program"]privacy-protection[/caption]

เกริ่นโปรแกรมPrivacy Protection และการทำงานของมัน
โปรแกรมPrivacy Protection เป็นหนึ่งในหลายๆโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ต้องตกเป็นเหยื่อ โดยที่ไม่อาจรู้ตัว ทั้งนี้ก็เพราะโปรแกรมPrivacy Protection มันเป็นโปรแกรมลบไวรัสปลอม โปรแกรมกำจัดไวรัสปลอม ไม่สามารถลบไวรัส ลบสปายแวร์ หรือโทรจันได้จริงๆ ซึ่งหลังจากที่โปรแกรมPrivacy Protection ถูกติดตั้งลงเครื่องใครก็แล้วแต่ มันตั้งให้ตัวเองรันทำงานอัตโนมัติทุกครั้งเมื่อเปิดเครื่อง ทำให้เครื่องจากนั้นก็จะหลอกผู้ใช้งานโดยสร้างข้อความเกี่ยวกับความปลอดภัยเด้งขึ้นมา หรือเป็น Ballon Tool tip ขึ้นมาคล้ายๆกับของวินโดวส์ เช่น
iexplore.exe can not start
File iexplore.exe is infected by W32/Blaster.worm
Please activate Malware Protection to protect your computer.

Firewall Warning
Hidden file transfers to remote host has been detected

Security Warning
Malicious program has been detected.
Click here to protect your computer.

เป็นต้น และเมื่อหยื่อคลิกที่ข้อความนั้นๆ มันก็สแกนหาไวรัส(ไวรัสปลอมที่โปรแกรมPrivacy Protection สร้างขึ้นมาเอง) หากเหยื่อจะลบไวรัสปลอมที่ตรวจเจอ จะไม่สามารถลบออกได้ แล้วโปรแกรมPrivacy Protection ก็จะส่งเหยื่อไปยังหน้าจ่ายเงิน เพื่อซื้อโปรแกรมPrivacy Protection เวอร์ชั่นเต็ม

โฟลเดอร์ตำแหน่งที่อยู่และค่าที่ฝังในรีจีสทรีของโปรแกรมPrivacy Protection
โฟลเดอร์ตำแหน่งที่อยู่ในเครื่อง
%AppData%\privacy.exe
%UserProfile%\Start Menu\Privacy Protection.lnk

ค่าที่ฝังรีจีสทรีวินโดวส์
HKEY_CURRENT_USER\Software\
HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run "Privacy Protection"

วิธีลบPrivacy Protection
สำหรับวิธีลบPrivacy Protection นั้น สามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ให้รีสตาร์ทเครื่อง ขณะที่หน้าจอดำๆ (ก่อนที่จะขึ้นโลโก้วินโดวส์) ให้กดปุ่ม F8 ที่บนคีย์บอร์ด จะปรากฏ windows advanced options menu ดังรูป

[caption id="attachment_513" align="aligncenter" width="300" caption="windows advanced options menu"]windows-boot-menu[/caption]

ให้เลื่อนลูกศรขึ้นลง แล้วเลือกที่เมนู Safe Mode with Networking แล้วกดปุ่ม Enter ที่คีย์บอร์ด

2. เมื่อเข้าสู้วินโดวส์โหมด Safe Mode with Networking ได้แล้ว ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมTDSSKiller จากนั้นแตกไฟล์ซิป และเปลี่ยนชื่อไฟล์จาก tdsskiller ไปเป็นชื่ออื่น เช่น myapp123 โดยการคลิกขวาที่ tdsskiller แล้วเลือก rename

3. จากนั้นดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ที่เปลี่ยนชื่อเป็น myapp123 แล้ว จะปรากฏหน้าจอ ดังรูป

[caption id="attachment_514" align="aligncenter" width="300" caption="หน้าจอโปรแกรมTDSSKiller"]TDSSKiller[/caption]

4. จากนั้นคลิก Start Scan เพื่อสแกนค้นหาและลบโทรจัน ที่มาของต้นตอโปรแกรมprivacy protection ซึ่งหากพบจะปรากฏหน้าจอ ดังรูป

[caption id="attachment_515" align="aligncenter" width="300" caption="หน้าผลลัพธ์ที่สแกนด้วยโปรแกรมTDSSKiller"]TDSSKiller-Scan-Result[/caption]

จากนั้นคลิกปุ่ม Continue เพื่อลบโทรจันที่ตรวจเจอ

5. แต่ถ้าหากไม่สามารถรันโปรแกรมTDSSKillerได้ ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมComboFixและดูวิธีใช้จากลิงก์นี้

6. จากนั้นให้ดาวน์โหลดโปรแกรมMalwareBytes Ant-Malware และดูวิธีใช้จากลิงก์นี้ เมื่อดาวน์โหลดโปรแกรมMalwareBytes Ant-Malware เสร็จแล้ว ให้ติดตั้งลงเครื่อง แล้วรันสแกนลบPrivacy Protection ได้เลย

หากเพื่อนๆที่เจอปีญหาโปรแกรมPrivacy Protection รบกวน ลองทำตามขั้นตอนวิธีลบPrivacy Protection ดังข้างต้น ซึ่งขั้นตอนวิธีอาจจะยาว และดูซับซ้อนนิดนึงนะครับ และหากสงสัย ติดปัญหา สามารถโพสต์สอบถามได้นะครับ :D

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

รวมคีย์ด่วน Google Chrome keyboard shortcuts - ilovebrowser.com



keyboard shortcuts หรือหลายๆคนอาจจะเรียกว่า คีย์ลัด คีย์ด่วน ช็อตคัตคีย์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่หลายๆโปรแกรมจะต้องมี ถือได้ว่าเป็นฟังก์ชั่นหรือคำสั่งที่ช่วยให้การใช้งานโปรแกรมต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ใช้งานง่าย เช่นเดียวกัน Google Chrome ก็มี keyboard shortcuts ต่างๆที่ช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็วในการท่องเว็บ ท่องอินเตอร์เน็ตเหมือนกัน และวันนี้ผมก็ได้นำมาไว้ที่นี่แล้ว ทั้งนี้ได้แยกเป็นหมวดหมู่การใช้งานต่างๆ ที่คิดว่าคงใช้กันบ่อยๆ ให้เพื่อนๆได้ลองนำไปใช้กันดู ดังต่อไปนี้

Google Chrome keyboard shortcuts สำหรับใช้บน Windows



shortcuts หมวด Tab และ Window













































































keyboard shortcutsผลลัพธ์
Ctrl+Nเปิดกูเกิ้ลโครมหน้าต่างใหม่
Ctrl+Tเปิดแท๊บใหม่(กูเกิ้ลโครมหน้าต่างเดิม)
Ctrl+Shift+Nกูเกิ้ลโครมหน้าต่างใหม่ในโหมด incognito(ส่วนตัว)
Ctrl+Oเปิดไฟล์เว็บเพื่อเปิดในกูเกิ้ลโครม
กด Ctrl พร้อมคลิกลิงก์ หรือคลิกลิงก์ด้วย mousewheelเปิดหน้าลิงก์แท๊บใหม่แต่ให้อยู่เบื้องหลัง
Ctrl+Shift พร้อมคลิกลิงก์ หรือกด Shift พร้อมคลิกลิงก์ด้วย mousewheelเปิดหน้าลิงก์แท๊บใหม่ พร้อมกับแสดงแท๊บนั้นทันที
กด Shift พร้อมคลิกลิงก์เปิดหน้าลิงก์ในกูเกิ้ลโครมหน้าต่างใหม่
Ctrl+Shift+TReopens แท๊บที่เปิดไป ซึ่งGoogle Chrome ให้เปิดได้สูงสุด 10 แท๊บ
Ctrl+1 ถึง Ctrl+8Switches เลือกแท๊บเรียงตามลำดับที่เปิดแท๊บ 1 - 8
Ctrl+9Switches เลือกแท๊บลำดับสุดท้าย
Ctrl+Tab หรือ Ctrl+PgDownSwitches เลือกแท๊บลำดับต่อไป
Ctrl+Shift+Tab หรือ Ctrl+PgUpSwitches เลือกแท๊บลำดับก่อนหน้า
Alt+F4ปิดหน้าต่างกูเกิ้ลโครมที่ใช้งานอยู่
Ctrl+W หรือ Ctrl+F4ปิดแท๊บหรือป๊อบอัพที่ใช้อยู่
กด Backspace หรือ Alt พร้อมกดลูกศรซ้ายย้อนกลับไปหน้าเว็บเพจที่เคยเปิดดูผ่านมา
กด Shift+Backspace หรือ Alt พร้อมกดลูกศรขวาไปยังหน้าเว็บเพจถัดไป
Alt+Homeเปิดหน้าโฮมเพจในหน้าต่างปัจจุบัน

Google Chrome shortcuts หมวดพิเศษ













































keyboard shortcutsผลลัพธ์
Alt+F หรือ Alt+Eเรียกเมนูสำหรับตั้งค่ากูเกิ้ลโครม
Ctrl+Shift+Bแสดงแถบบุ๊กมาร์ค
Ctrl+Hเปิดหน้าต่างHistory เว็บที่เคยเปิดดู
Ctrl+Jเปิดหน้าต่างดาวน์โหลดไฟล์
Shift+Escเปิดหน้าต่าง Task Manager
F6 หรือ Shift+F6Switches แถบเลือกไปที่ Address bar
Ctrl+Shift+Jเปิดหน้าต่าง Developer Tools
Ctrl+Shift+Deleteเปิดหน้าต่างสำหรับ Clear Browsing Data
F1เปิดหน่าต่างศูนย์ช่วยเหลือการใช้งานของกูเกิ้ลโครม

shortcuts หมวด Address bar





























keyboard shortcutsผลลัพธ์
พิมพ์ข้อความ คีย์เวิร์ดใดๆในช่อง Address bar แล้วกด Enter.ค้นหาโดยใช้ default search engine
Ctrl+Enterใส่ www. และ .com ก่อนหน้าและต่อท้าย URL
พิมพ์ URL แล้วกด Alt+Enter.เปิดเว็บตามลิงก์ URL ในลิงก์ใหม่(duplicate URL ในแท๊บใหม่)
Ctrl+L หรือ Alt+DHighlights แถบสีลิงก์ URL
กดลูกศรขึ้นลงที่ Address bar และกด Shift+Delete.ลบHistory ลิงก์ URL

shortcuts หมวด Webpage





















































































keyboard shortcutsผลลัพธ์
Ctrl+Pพิมพ์หน้าเว็บเพจปัจจุบัน
Ctrl+Sบันทึกหน้าเว็บเพจปัจจุบันลงเครื่อง
F5 หรือ Ctrl+RReloads หน้าเว็บเพจปัจจุบัน
Escหยุดการโหลดหน้าเว็บเพจปัจจุบัน
Ctrl+Fแสดงแถบค้นหา
Ctrl+G หรือ F3ค้นหาถัดไปตามคำค้นที่กรอกในช่องแถบค้นหา
Ctrl+Shift+G หรือ Shift+F3 หรือ Shift+Enterค้นหาย้อนกลับตามคำค้นที่กรอกในช่องแถบค้นหา
Ctrl+F5 หรือ Shift+F5Reloads หน้าเว็บเพจปัจจุบัน โดยไม่สนใจข้อมูลที่เก็บไว้ใน cache
กด Alt พร้อมคลิกลิงก์ดาวน์โหลดไฟล์ตามลิงก์นั้นๆ
Ctrl+Uวิวดู source code ของหน้าเว็บเพจนั้นๆ
Ctrl+Dเก็บหน้าเว็บเพจปัจจุบันไว้ที่บุ๊กมาร์ค
Ctrl+Shift+Dเก็บหน้าเว็บเพจที่เปิดอยู่ทั้งหมดไว้ที่บุ๊กมาร์ค โดยสร้างโฟลเดอร์ใหม่ด้วย
F11เปิดหน้าต่างกูเกิ้ลโครมขยายเต็มจอ กด F11 อีกทีเพื่อยกเลิก
Ctrl และ + หรือกด Ctrl พร้อมเลื่อน mousewheel ขึ้นซูมทุกอย่างในหน้าเว็บเพจปัจจุบันให้ใหญ่ขึ้น
Ctrl และ - หรือกด Ctrl พร้อมเลื่อน mousewheel ลงย่อทุกอย่างในหน้าเว็บเพจปัจจุบันให้เล็กลง
Ctrl+0(เลขศูนย์)กลับสู่โหมดแสดงผลปกติ(ไม่ซุม ไม่ย่อ)
Space barเลื่อนหน้าเว็บเพจ
Homeไปส่วนบนของหน้าเว็บเพจ
Endไปส่วนล่างของหน้าเว็บเพจ

shortcuts หมวด Texts

























keyboard shortcutsผลลัพธ์
Ctrl+Cคัดลอกข้อความ
Ctrl+V หรือ Shift+Insertวางข้อความที่คัดลอก
Ctrl+Shift+Vวางข้อความที่คัดลอกโดยไม่เอารูปแบบ
Ctrl+X หรือ Shift+Deleteลบข้อความที่เลือก และคัดลอกไว้ใน clipboard


เป็นยังไงกันบ้างครับ มี keyboard shortcuts ตัวไหนบ้างที่เพื่อนๆเคยใน Google Chrome บ้าง ยังไงก็ลองนำ keyboard shortcuts ต่างๆ ข้างต้นเหล่านี้ ไปใช้ในการท่องเว็บ ท่องอินเตอร์เน็ตกันดูนะครับ :D

แปลและคัดบางส่วนมาจาก : http://www.google.com/support/chrome/bin/static.py?page=guide.cs&guide=25799&topic=28650

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

FB Photo Zoom ปลั๊กอินGoogle Chrome ซูมรูปในFacebook - ilovebrowser.com

จากที่ได้เกริ่น facebook และแนะนำปลั๊กอิน Firefox สำหรับซูมดูรูปภาพ ขยายดูรูปภาพใน facebook ไปแล้วในบทความ PhotoZoom ปลั๊กอิน Firefox ซูมรูปในFacebook วันนี้จะขอมาแนะนำปลั๊กอิน Google Chrome สำหรับซูมดูรูปภาพ ขยายดูรูปภาพใน facebook ด้วยเช่นกัน (เอาใจสาวก Google Chrome สักหน่อยนะ) ซึ่งปลั๊กอินตัวนี้ที่จะช่วยให้เราซูมดูรูป thumbnails (ไม่ว่าจะเป็นรูปในwall รูปprofile หรือรูปในphotos album) ได้ง่ายๆ เพียงแค่ปลายเม้าส์ชี้ ซึ่งปลั๊กอินที่ว่านี้ก็คือ ปลั๊กอินFB Photo Zoom

สำหรับการใช้งานปลั๊กอินFB Photo Zoom บนGoogle Chrome ก็ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากครับ ดังนี้

1. ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งปลั๊กอินFB Photo Zoom จากนั้นให้ที่คลิกไอคอนรูปเครื่องมือประแจ > เลือกเมนู Tools > Extensions > FB Photo Zoom เพื่อตั้งค่าการใช้งานปลั๊กอินFB Photo Zoom ดังรูป


2. จากนั้นจะปรากฏแท๊บการตั้งค่าการใช้งานปลั๊กอินFB Photo Zoom ดังรูป



3. ถ้าเห็นเป็นดังรูปข้างต้น ให้คลิกที่เมนู Enable แต่มันเป็น Enable อยู่แล้ว มันจะเป็น ดังรูป



4. จากนั้น ให้คลิกที่เมนู Options เพื่อตั้งค่าการใช้งาน ปลั๊กอินFB Photo Zoom ได้เลย โดยให้คลิกที่แถบเมนู Advance Settings ดังรูป


5. ต่อมาตั้งค่าการใช้งานต่างๆ เช่น Key & Shortcut, Delay, Show Caption เป็นต้น เมื่อตั้งค่าต่างๆเรียบร้อยแล้วให้กปุ่ม Save เพื่อบันทึกการตั้งค่า

6. สุดท้าย ก็เข้าFacebook แล้วก็เอาเม้าส์Pointer(ตัวชี้เม้าส์) ไปไว้บนรูปในwall รูปprofile รูปในPhoto Albums ที่ต้องการซูม ได้เลย เพียงเท่านี้ก็จะมีหน้าต่างกรอบ รูปขยายใหญ่ขึ้นมาแล้วหล่ะครับ ดังรูปตัวอย่าง

ซูมดูรูปในหน้าWall ของ Facebook


ซูมดูรูปprofile ในหน้าWall ของ Facebook


ซูมดูรูปในหน้าprofile ของ Facebook


หากสนใจทดลองใช้ปลั๊กอินFB Photo Zoomนี้ ก็ลองไปที่หน้า ดาวน์โหลดและติดตั้งปลั๊กอินFB Photo Zoom เพื่อติดตั้งและใช้งานกันได้เล้ยยยยยครับ

หวังว่าสาวก Facebook และ Google Chrome ทั้งหลายคงจะชอบปลั๊กอินFB Photo Zoom ปลั๊กอินในเบราเซอร์ Google Chrome ที่ช่วยให้เราซูม ขยายดูรูปในFacebook กันนะครับ :D

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีแก้ปัญหา Internet Explorer has stopped working - ilovebrowser.com

ถ้าหากใช้โปรแกรม Internet Explorer เล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ดีๆ แล้ว IE มันแจ้ง Error Internet Explorer has stopped working. ตัวอย่าง ดังรูป



A Problem caused the program working correctly window will close the program and notify you a solution is available. แล้วก็เน็ตหลุดไปเลย ซึ่งจากปัญหาข้างต้นนี้ อาจจะมีหลากหลายสาเหตุที่อาจจะเกี่ยวข้อง วันนี้ผมจึงขอแนะนำวิธีแก้ปัญหา Internet Explorer has stopped working นี้มาฝากกัน ให้ลองนำไปใช้กันดูครับ

วิธีแก้ข้อที่ 1 Reset ค่า Settings ใน Internet Explorer ให้เป็นค่า default ทำได้โดย ปิด Internet Explorer แล้วไปที่ Start > Control Panel > Internet Options > จากนั้นคลิกที่แท๊บ Advanced > แล้วคลิกปุ่ม Reset > เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกปุ่ม OK จากนั้นลองเปิด Internet Explorer ใหม่อีกครั้ง ตัวอย่าง ดังรูป



วิธีแก้ข้อที่ 2 Disable ปิดการทำงานของ Protection Mode ใน Internet Explorer ทำได้โดย ปิด Internet Explorer แล้วไปที่ Start > Control Panel > Internet Options > จากนั้นคลิกที่แท๊บ Security > จากนั้นติ๊กเครื่องหมายถูกออกหน้าข้อความ Enable Protection Mode > เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกปุ่ม OK จากนั้นลองเปิด Internet Explorer ใหม่อีกครั้ง ตัวอย่าง ดังรูป



วิธีแก้ข้อที่ 3 ลบ Disable หรือ Uninstall พวก third party Add-ons ต่างๆออกให้หมด เช่น Skype Add-on ใน IE เป็นต้น

วิธีแก้ข้อที่ 4 เปลี่ยนไปใช้ Internet Explorer (โหมด No Add-ons) เพื่อปิดการทำงานของ Add-on ทั้งหมด จะช่วยให้การทำงานของ IE รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น สามารถทำได้ โดย ปิด Internet Explorer แล้วไปที่ Start > คลิก All Programs > คลิก Accessories > คลิกที่ Systems Tools > จากนั้นคลิก Internet Explorer(No add-ons)

วิธีแก้ข้อที่ 5 ลบ หรือ Uninstall Toolbar ใน Internet Explorer ที่ไม่จำเป็นออกไป เพราะ Toolbar บางตัวทำให้ IE แฮงค์ หรือหยุดทำงานได้

วิธีแก้ข้อที่ 6 ถ้าลองทั้ง 5 วิธีแล้วยังไม่ได้ ต้องลองติดตั้ง Internet Explorer ใหม่ๆ ซึ่งอาจจะ Re-install Internet Explorer เวอร์ชั่นที่ใช้อยู่เดิม หรือติดตั้ง Internet Explorer เวอร์ชั่นใหม่ๆ ดูนะครับ ทั้งนี้วิธีแก้ปัญหา Internet Explorer has stopped working ข้างต้น สามารถแก้ปัญหา internet explorer crash, IE crashing, internet explorer not responding ได้เช่นกันครับ หากเจอปัญหาเหล่านี้ ลองนำวิธีแก้ข้างต้นไปใชกันดูครับ

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีเช็ค .NET Framework ผ่าน IE เว็บเบราเซอร์ - ilovebrowser.com

รู้หรือไม่ครับว่า Internet Explorer ตั้งแต่เวอร์ชั่น 7 หรือสูงกว่า สามารถเช็ค .NET Framework ที่ติดตั้งลงในเครื่องได้ โดยใช้คำสั่ง javascript เพื่อดึงข้อมูลจาก User Agent String ของ Internet Explorer นั่นเอง วิธีดังกล่าว สามารถทำได้ดังนี้

1. ให้เปิด Internet Explorer ขึ้นมา

2. จากนั้นให้พิมพ์คำสั่ง javascript ลงไปในช่อง Address bar ของ Internet Explorer ดังนี้
javascript:alert(navigator.userAgent)

ตัวอย่างดังรูป



3. เมื่อพิมพ์คำสั่ง javascript ในช่อง Address bar เรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม Enter ก็จะได้ผลลัพธ์ ดังรูป



จากรูปจะเห็นว่าในเครื่องได้ติดตั้ง .NET Framework เวอร์ชั่นต่างๆ ดังนี้

- .NET Framework เวอร์ชั่น 2.0(.NET CLR 2.0.50727)
- .NET Framework เวอร์ชั่น 3.0(NET CLR 3.0.30729)
- .NET Framework เวอร์ชั่น 3.5(.NET CLR 3.5.30729)
- .NET Framework เวอร์ชั่น4.0(.NET 4.0C)

เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราทราบแล้วหล่ะครับว่า ในเครื่องได้ติดตั้ง .NET Framework เวอร์ชั่นไหนไว้

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีค้นหา UserName/Password ใน Firefox!

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ใช้Firefox ในการท่องโลกอินเตอร์เน็ต และชอบให้Firefox จำรหัสผ่านในการเข้าเว็บ ซึ่งการทำแบบนั้นอาจจะทำให้ลืมรหัสผ่านที่จะเข้าเว็บนั้นๆ หรือไม่ก็อยากสืบค้นดูในเครื่องว่ามีใครล๊อกอินค้างไว้ในFirefox หรือไม่ วันนี้ผมมีวิธีที่จะแนะนำสำหรับค้นหา UserName/Password ใน Firefox และวิธีที่จะแนะนำก็คือ การใช้โปรแกรม PasswordFox

โปรแกรม PasswordFox
เป็นโปรแกรมฟรี password recovery tool สำหรับค้นหาUsername/Password ในFirefox สามารถดูpassword ได้ทั้งในcurrent profile และเลือกfirefox profile อื่นๆที่มีในเครื่องได้ โดยเมือรันโปรแกรมขึ้นมา มันจะแสดงคอลัมน์ข้อมูลที่ค้นหามา ได้แก่ Record Index, Web Site, User Name, Password, User Name Field, Password Field, และ Signons filename ตัวอย่าง ดังรูป



โปรแกรมPasswordFox สามารถใช้ได้บน Windows 2000, Windows XP, Windows Server 2003, Windows Vista และ Windows 7 ในเครื่องที่ติดตั้งใช้งาน Firefox

หากรันโปรแกรมขึ้นมาแล้วโปรแกรมAntivirus อาจจะฟ้องว่าโปรแกรมPasswordFox เป็นพวก Trojan/Virus แล้วหล่ะก็ไม่ต้องตกใจครับ ให้ Allow ยอมให้โปรแกรมทำงานไปเลยครับ ไม่มีอันตรายใดๆ

หากสนใจทดลองไปใช้กันดู สามารถ ดาวน์โหลดPasswordFox ได้เลย ฟรี! ไม่มีชาร์จ

ถ้าลองใช้โปรแกรมPasswordFox ค้นหา UserName/Password ใน Firefox แล้ว ติดปัญหาหรือจะแนะนำอะไร ก็อย่าลืมกลับมาfeedback ให้ทราบด้วยละกันนะครับ :D

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วิธีแก้ปัญหา Google Toolbar ใน Internet Explorer 9 - ilovebrowser.com

เดิมที หากเพื่อนๆใช้ Google Toolbar ที่ติดตั้งใน Internet Explorer 8 ไม่มีปัญหาใดๆ แต่พอมาอัพเกรดเป็น Internet Explorer 9 ทำให้ Google Toolbar หรือ IE9 มีปัญหา ค้าง หรือแฮงค์ วันนี้เลยมาแนะนำวิธีแก้ปัญหา Google Toolbar แฮงค์ ค้าง ใน Internet Explorer 9 ให้ใช้งานได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาใดๆ

วิธีแก้ปัญหา Google Toolbar แฮงค์ ค้าง ใน Internet Explorer 9 สามารถทำได้ดังนี้

วิธีที่ 1. Disable Google Toolbar หรือปิดการทำงาน Google Toolbar นั่นเองครับ ทำได้ดังนี้
1.1 ให้ไปที่เมนู Tools > Manage add-ons.
1.2 เลือกเมนู Toolbars and Extensions
1.3 ในส่วนของ Google Inc. ให้เลือก Google Toolbar ดังรูป



1.4 จากนั้นคลิกปุ่ม Disable ถ้ามีข้อความปรากฏขึ้นมา ให้กดปุ่ม Disable เพื่อยืนยันอีกครั้ง

วิธีที่ 2. Uninstall Google Toolbar หรือถอดถอนเอาโปรแกรม Google Toolbar ออกไป สามารถทำได้ดังนี้
2.1 ให้ไปที่ปุ่ม Start ของวินโดวส์
2.2 จากนั้นไปที่ Control Panel > คลิกที่ Programs > จากนั้นคลิกที่ Uninstall a Program > คลิกเลือก Google Toolbar ในลิสต์ > จากนั้นคลิกปุ่ม Uninstall ดังรูป



วิธีที่ 3. Install Google Toolbar เวอร์ชั่นใหม่ ทำได้ดังนี้
3.1 ให้คลิกที่ลิงค์ Install Google Toolbar
3.2 คลิกปุ่ม Accept and Download เพื่อติดตั้ง google toolbar ดังรูป



3.3 หลังจากติดตั้ง google toolbar แล้ว จะมีแถบบาร์ยืนยันให้เปิดใช้งานgoogle toolbar ให้คลิกปุ่ม Enable

วิธีที่ 4. Enable เปิดใช้งาน Google Toolbar ใน Internet Explorer 9 สามารถทำได้ดังนี้
4.1 ถ้าหากติดตั้ง google toolbar แล้วยังไม่สามารถใช้งานได้ ให้ไปที่เมนู Tools จากนั้นคลิกเมนู Manage Add-ons
4.2 ต่อมาให้คลิกเมนู Toolbars and Extensions แล้วเลือก Google Toolbar และคลิกปุ่ม Enable. หากมี add-on หรือ extensions อื่นๆ เช่น Google Toolbar Helper และ Google Side Bar ให้กดปุ่ม Enable ด้วย
4.3 ถ้าหากยังไม่สามารถใช้ได้ ให้คลิกที่แถบทูลบาร์ของ IE9 แล้วเลือกเมนู Google Toolbar ดังรูป



เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ

ยังไงลองเอาวิธีแก้ปัญหา Google Toolbar แฮงค์ ค้าง ใน Internet Explorer 9 ไปใช้กันดูนะครับ :D

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ใส่สัญลักษณ์แปลกๆในข้อความทวีตบนทวีตเตอร์ - ilovebrowser.com

"หนึ่งสัญลักษณ์ แทนข้อความนับร้อยพันคำ" ประโยคนี้คงพอจะใช้ได้ สำหรับการที่เราจะโพสต์ข้อความ หรือทวีตข้อความ(tweets) ในทวิตเตอร์(twitter) เพื่อสื่อสารให้เพื่อนๆที่ follow ได้เข้าใจ เพราะทวีตเตอร์จำกัดการพิมพ์ตัวอักษร อักขระ ไว้สูงสุดแค่ 140 ตัวต่อการทวีต 1 ครั้ง ฉะนั้นการใช้สัญลักษณ์ในข้อความก็น่าจะช่วยให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น และสิ่งที่จะช่วยเราในบทความนี้ก็คือ เว็บแอพลิเคชั่น Twitter Symbols



เป็นเว็บที่ช่วยให้เราติดต่อกับเว็บTwitter และทวีตข้อความของเราเข้าเว็บTwitter รวมทั้งสามารถใส่สัญลักษณ์แปลกๆได้ด้วย ซึ่งวิธีการใช้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ดังนี้

1. เมื่อเข้าเว็บTwitter Symbols ตามลิงค์ข้างต้นแล้ว ให้กดปุ่ม Connect with Twitter ซึ่งอยู่มุมบนขวาขของหน้าจอ ดังรูป

จากนั้นจะมีหน้าจอให้ล๊อกอิน ให้ใส่ User/Password สำหรับล๊อกอินเข้าTwitter และกดปุ่ม Connect

2. เมื่อเข้าระบบเรียบร้อยแล้ว ให้พิมพ์ข้อความที่ต้องการทวีตลงในช่อง Beautify your Tweets: ดังรูป



3. เลือกสัญลักษณ์แปลกๆที่ต้องการแทรกไปในข้อความที่จะทวีต ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น various, arrows, hands, stars, alphabetic characters, chess pieces, horoscope icons, patterns และ technical symbols, ตัวอย่างเช่น foreign currency. ตัวอย่างดังรูป



ในตัวอย่างผมเลือกสัญลักษณ์ อมยิ้ม ดังรูป



4. เมื่อคลิกที่ไอคอนรูปสัญลักษณ์ที่ต้องการแล้ว สัญลักษณ์นั้นๆ ก็จะไปปรากฏอยู่ในช่องข้อความที่จะทวีต ดังรูป



5. เมื่อพิมพ์ข้อความ และแทรกสัญลักษณ์ตามที่ต้องการแล้วก็กดปุ่ม Send ดังรูป

เป็นอันเรียบร้อย เพียงเท่านี้ก็สามารถแทรกสัญลกษณ์ในโพสต์ข้อความ หรือทวีตข้อความ(tweets) ในทวิตเตอร์(twitter) ได้ง่ายๆแล้ว จากนั้นก็เช็คดูที่หน้า Home ของ Twitter หรือหน้า Profile ของเราได้เลยครับ :D

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีตั้งค่า Tracking Protection ใน Internet Explorer 9 - ilovebrowser.com

สำหรับวิธีการตั้งค่า Tracking Protection ใน Internet Explorer 9 นี้ ก็เพื่อช่วยป้องกันการถูกติดตามจากพฤติกรรมการเล่นอินเตอร์เน็ตจากคุ๊กกี้(Cookies) และก็เป็นคุ๊กกี้จากผู้ให้บริการโษณาออนไลน์ค่ายต่างๆ ซึ่งบางคนอาจจะไม่สนใจ และบางคนอาจจะสนใจ เพราะห่วงเรื่องการคุกคามความเป็นส่วนตัว และสร้างความรำคาญจากการใช้งานอินเตอร์เน็ตด้วย ซึ่งวิธีการตั้งค่าและใช้งาน Tracking Protection ใน Internet Explorer 9 สามารถทำได้ดังนี้

1. ให้ไปที่เมนู Tools > Tracking Protection... หรือคลิกไอคอนวงกลมรูปเกียร์ ซึ่งอยู่มุมขวาของ IE แล้วคลิกที่เมนู Safety > Tracking Protection... จากนั้นจะปรากฏหน้าจอ Manage Addon และคลิกที่ Your Personalized List ดังรูป



2. จากนั้นคลิกปุ่ม Settings และจะปรากฏหน้าจอ Personalized Tracking Protection List ดังรูป



จากรูป จะมีตัวเลือกสำรับการตั้งค่า 2 ตัวเลือก ได้แก่
- Choose content to block or allow เป็นตัวเลือกโดยดีฟอลต์ ตัวเลือกนี้สามารถให้เราเลือกตั้งค่าที่จะบล็อคการติดตามจากคุ๊กกี้ของผู้ให้บริการโษณาออนไลน์แบบกำหนดได้เอง ทั้งนี้สามารถกดปุ่ม Shift เพื่อเลือกหลายๆตัวได้ ซึ่งเมื่อเลือกได้แล้วก็กดปุ่ม Block หรือกดปุ่ม Allow เพื่อยกเลิกการบล็อค
- Automatically block เป็นตัวเลือกบล็อคการติดตามจากคุ๊กกี้ของผู้ให้บริการโษณาออนไลน์แบบอัตโนมัติ

3. เมื่อเลือกตัวเลือก และตั้งค่าต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม OK จะกลับไปที่หน้าจอManage Addon ให้คลิกที่เมนู Your Personalized List แล้วกดปุ่ม Enable เพื่อเปิดการ Tracking Protection

เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันการถูกติดตามจากพฤติกรรมการเล่นอินเตอร์เน็ตจากคุ๊กกี้(Cookies) จากผู้ให้บริการโษณาออนไลน์ค่ายต่างๆ และไม่ต้องห่วงเรื่องการคุกคามความเป็นส่วนตัว และสร้างความรำคาญจากการใช้งานอินเตอร์เน็ตแล้วหล่ะครับ

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิธีตั้งค่าบล็อกป๊อบอัพ(popup blocker settings) ใน Internet Explorer ตอนที่ 2 - ilovebrowser.com

จากที่ได้ แนะนำ
วิธีบล็อกป๊อบอัพ(popup blocker) ใน Internet Explorer ตอนที่ 1 – ilovebrowser.co ไปแล้ว วันนี้จะมาแนะนำวิธีการตั้งค่าบล็อกป๊อบอัพ(popup blocker settings) ใน Internet Explorer กันต่อนี้ครับ เพื่อการปรับแต่งการใช้งานที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นกับการใช้งาน ดังวิธีต่อไปนี้

วิธีตั้งค่าบล็อกป๊อบอัพ(popup blocker settings) ใน Internet explorer
1. ให้เปิด Internet Explorer(IE) ขึ้นมา
2. จากนั้นไปที่เมนู Tools(ถ้าไม่เห็นเมนูTools ให้กดปุ่ม Alt ก็จะเห็นแล้วครับ) > Pop-up Blocker
3. จะปรากฏเมนูย่อยอกมา ให้คลิกเมนู Pop-up Blocker Settings เพื่อตั้งค่าการใช้งาน

ดังรูปตัวอย่าง



5. จากนั้นจะมีหน้าต่าง Pop-up Blocker Settings ปรากฏขึ้นมา ดังรูปตัวอย่าง



6. ซึ่งมีส่วนต่างๆในการตั้งค่า ดันี้

- ที่ส่วน Exceptions ให้ใส่ ชื่อเว็บไซต์ หรือ url ที่ต้องการให้ยกเว้นการบล๊อกป๊อบอัพ
- ที่ส่วน Notification and blocking level  ให้ติ๊กถูกที่ Play a sound when a pop-up is blocked เพื่อให้มีเสียงขณะบล๊อกป๊อบอัพ และติ๊กถูกที่ Show information Bar when a pop-up blocked เพื่อให้แสดงแถบบาร์ที่ส่วนบนของหน้าเว็บเพจขณะบล๊อกป๊อบอัพ
- ที่ส่วน Blocking level ให้เลือก High: Block all pop-ups [Ctrl + Alt to override] เพื่อบล๊อกทุกป๊อบอัพ

7. จากนั้นกดปุ่ม Close เพื่อปิดหน้าต่างการตั้งค่า Pop-up blocker settings แล้วจากนั้นก็ เปิดและปิด Internet Explorer เพื่อดูผลครับ

ยังไงลองนำวิธีตั้งค่าบล็อกป๊อบอัพ(popup blocker settings) ใน Internet Explorer ในบทความนี้ไปปรับตั้งค่าใช้งานกันดูนะครับ :D

 

 

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิธีตั้งค่าบล็อกป๊อบอัพ(popup blocker) ใน Internet Explorer ตอนที่ 1 - ilovebrowser.com

สวัสดีครับ :D

วันนี้มีเพื่อนคนหนึ่ง ถามว่ามีวิธีบล็อกป๊อบอัพ หรือหน้าต่างที่เด้งขึ้นมาเอง ในเบราเซอร์ Internet explorer หรือไม่ เพราะเพื่อนคนนั้นบอกว่า รำคาญป๊อบอัพต่างๆที่เด้งขึ้นมา เมื่อเข้าไปเยี่ยมชมหน้าเว็บเพจ หรือเว็บไซต์นั้นๆ ซึ่งผมเองก็ได้แนะนำวิธีตั้งค่าบล็อกป๊อบอัพ(popup blocker) ใน Internet Explorer ให้เพื่อนคนนั้นใช้ ซึ่งเป้นวิธีเดียวกันกับที่ผมจะแนะนำ ขั้นตอนต่อไปนี้

วิธีตั้งค่าจากเมนู Tools ใน Internet explorer
1. ให้เปิด Internet Explorer(IE) ขึ้นมา
2. จากนั้นไปที่เมนู Tools(ถ้าไม่เห็นเมนูTools ให้กดปุ่ม Alt ก็จะเห็นแล้วครับ) > Pop-up Blocker
3. จะปรากฏเมนูย่อยอกมา ให้คลิกเมนู Turn On Pop-up Blocker เพื่อเปิดใช้การใช้งาน Pop-up Blocker
4. แต่ถ้าต้องการยกเลิกการบล็อกป๊อบอัพให้คลิกเมนู Turn Off Pop-up Blocker เพื่อปิดการใช้ Pop-up Blocker

ดังรูปตัวอย่าง



วิธีตั้งค่าจากเมนู Internet Options ใน Internet explorer
1. ให้เปิด Internet Explorer(IE) ขึ้นมา
2. จากนั้นไปที่เมนู Tools(ถ้าไม่เห็นเมนูTools ให้กดปุ่ม Alt ก็จะเห็นแล้วครับ) > Internet Options
3. ต่อมาให้คลิกที่แท็บ Privacy แล้วติ๊กเครื่องหมายถูกที่หน้าข้อความ Block pop-ups เพื่อเปิดการใช้งาน Pop-up Blocker
4. แต่ถ้าต้องการยกเลิกการบล็อกป๊อบอัพให้ติ๊กเครื่องหมายถูกออกที่หน้าข้อความ Block pop-ups เพื่อปิดการใช้งาน Pop-up Blocker
5. จากนั้นให้กดปุ่ม Apply > OK

ดังรูปตัวอย่าง



เพียงเท่านี้ เพื่อนๆก็ไม่ต้องกังวล หรือรำคาญป๊อบอัพที่มันเด้งขึ้นมาขณะเราเปิดดูเว็บเพจ หรือเว็บไซต์นั้นๆแล้วล่ะครับ :D

ยังไงลองนำวิธีตั้งค่าบล็อกป๊อบอัพ(popup blocker) ใน Internet Explorer ที่ผมได้แนะนำไปปรับตั้งค่าใช้ในเครื่องของเพื่อนๆดูนะครับ และในวันถัดไปจะแนะนำการตั้งค่า setting pop-up blocker ใน Internet Explorer ในคราวต่อไปครับ ^^

วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิธี reset user preferences ใน Firefox - ilovebrowser.com

จากบทความที่ได้แนะนำวิธี reset Internet Explorer settings ให้เป็นค่าdefaultเริ่มต้น และ วิธี reset ค่า default settings ใน Google Chrome ไปแล้วนั้น

วันนี้จะมาแนะนำวิธีการ reset ค่า settings options preferences ต่างๆ ใน firefox กันนะครับ เพราะในบางครั้ง หลังจากที่เราติดตั้ง add-ons ปลั๊กอิน extensions ต่างๆ ลงไปแล้ว ทำให้ firefox มีปัญหา โดยวิธีนี้เป็นวิธีแก้โดยที่ไม่ต้อง reinstall firefox ใหม่ ซึ่งสามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1. เปิด firefox safe mode ขึ้นมา โดยไปที่ Start > All Programs > Mozilla Firefox > Mozilla Firefox (Safe Mode) หรือไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์ firefox.exe -safe-mode แล้วกด OK เพื่อเข้า firefox safe mode

2. จากนั้นจะมีหน้าต่างให้เลือกตั้งค่า หรือ reset ค่า settings options preferences ต่างๆของ firefox ดังนี้

  • Disable All add-ons

  • Reset toolbars and controls

  • Reset bookmarks to Firefox defaults

  • Reset all user preferences to Firefox defaults

  • Restore default search engines


ตัวอย่างดังรูป



3. ต่อมาให้คลิกเลือกที่ Reset all user preferences to Firefox defaults ดังรูปข้างต้น จากนั้นให้กดปุ่ม Make Changes and Restart

4. จากนั้นค่า settings options preferences ต่างๆของ firefox ก็จะกลับมาเป็นค่า default เริ่มต้นแล้วครับ

ลองนำวิธี reset ค่า settings options preferences ต่างๆ ใน firefox ไปใช้แก้ปัญหา firefox ดูนะครับ :D

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิธี reset ค่า default settings ใน Google Chrome - ilovebrowser.com

เมื่อวานได้แนะนำ วิธี reset Internet Explorer settings ให้เป็นค่าdefaultเริ่มต้น – ilovebrowser.com กันไปแล้ว คราวนี้จะมาแนะนำวิธี reset google chrome settings ให้เป็นค่าdefault เหมือนเดิมเมื่อติดตั้งครั้งแรก เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการตั้งค่า ปรับแต่ง google chrome options หรือติดตั้งพวกextensions ต่างๆใน google chrome ไป แล้วทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เป็นปกติเหมือนเดิม และไม่สามารถหาสาเหตุของการเกิด Error นั้นๆได้ วิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยได้ ก็คือการ reset google chrome settings ให้เป็นค่าdefault ซึ่งสามารถทำได้ดังต่อไปนี้

วิธีที่ 1 สำหรับ google chrome เวอร์ชั่น 9 หรือ ต่ำกว่า

1. เปิด google chrome ขึ้นมา

2. จากนั้นให้ไปที่เมนู Tools โดยคลิกที่ไอคอนรูปเกียร์ ดังรูปตัวอย่าง



3. จากนั้นคลิกที่แท๊บ Under the Hood ที่หน้าจอ google chrome options และคลิกปุ่ม Reset to defaults ดังรูป



4. ต่อมาจะมีหน้าต่างไดอะล๊อกซ์ขึ้นมาเพื่อให้ยืนยนการ reset google chrome options ให้เป็นค่า default เริ่มต้น โดยกดปุ่ม Reset to defaults ดังรูป



5. จากนั้นก็ปิดและเปิด google chrome เพื่อเริ่มต้นใช้งานใหม่

วิธีที่ 2 สำหรับ google chrome ทุกเวอร์ชั่น รวมเวอร์ชั่น Beta

1. ให้ลบไฟล์ชื่อ First Run ซึ่งมีขนาด 0KB โดยไฟล์นี้อยู่ที่ไดรว์ฟและพาธ ตามนี้

สำหรับ Windows XP
C:\Documents and Settings\UserName\Local Settings\Application Data\Google\Chrome\Application
สำหรับ Windows Vista หรือสูงกว่า
C:\Users\UserName\AppData\Local\Google\Chrome\Application

โดย UserName หมายถึง ชื่อ User Name ที่ Login เข้าใช้วินโดวส์
2. ให้ลบโฟลเดอร์ User Data โดยโฟลเดอร์นี้อยู่ที่ไดรว์ฟและพาธ ตามนี้

สำหรับ Windows XP
C:\Documents and Settings\UserName\Local Settings\Application Data\Google\Chrome\User Data
สำหรับ Windows Vista หรือสูงกว่า
C:\Users\UserName\AppData\Local\Google\Chrome\Application\User Data

โดย UserName หมายถึง ชื่อ User Name ที่ Login เข้าใช้วินโดวส์

หมายเหตุ
1. Bookmarks และค่า Settings ต่างๆใน google chrome จะถูกลบออกไปหมด และค่าต่างๆจะถูกตั้งไว้เหมือนตอนเริ่มติดตั้งใช้งาน google chrome ครั้งแรก
2. ฉะนั้นก่อนตั้งค่าอะไรไปให้จดบันทึก หรือcapture จับภาพหน้าจอ ค่าก่อนและหลังเปลี่ยนเอาว้ด้วยนะครับ เวลาเปลี่ยนค่ากลับจะได้เปลี่ยนไปดังเดิม :)

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิธี reset Internet Explorer settings ให้เป็นค่าdefaultเริ่มต้น - ilovebrowser.com

หลังจากที่เราได้ปรับแต่ง ตั้งค่า internet options หรือติดตั้งพวก add-ons หรือ toolbars ต่างๆใน internet explorer ไป แล้วทำให้ IE เกิด Error แฮงค์ หรือ ค้างไป ไม่สามารถใช้งานได้เป็นปกติเหมือนเดิม และไม่สามารถหาสาเหตุของการเกิด Error นั้นๆได้ วิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยได้ ก็คือการ reset Internet Explorer settings ให้เป็นค่าdefault เหมือนเดิมเมื่อติดตั้งครั้งแรก ซึ่งสามารถทำได้ตามวิธีต่อไปนี้

1. เปิด Internet Explorer ขึ้นมา

2. จากนั้นให้ไปที่เมนู Tools(หรือคลิกที่ไอคอนTools ไอคอนรูปเกียร์ ก็ได้)

3. จากนั้นคลิกที่เมนู Internet Options แล้วไปที่แท๊บ Advanced ดังรูป



4. จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Reset... เพื่อ restore ค่าsettings ของ Internet Explorer ให้กลับเหมือนเดิม และถ้าหากได้ทำการปรับแต่งค่า Advanced Settings ไปก็สามารถคลิกที่ปุ่ม Restore advanced settings ด้วย จากนั้นกดปุ่ม Apply > OK ตามลำดับ

5. จากนั้นก็ ปิดและเปิด Internet Explorer ขึ้นมาใหม่ เพื่อดูผลครับ

หมายเหตุ
1. Toolbars และ add-ons ที่ได้ติดตั้งจะถูก disabled การทำงานไป

2. ค่า Settings ต่างๆ เช่น Home page, Cookies, saved passwords, browser history,cache, temporary internet files, pop-up blocker settings

3. ค่า favorites,feeds และ web slices จะคืนค่าเริ่มต้นดังเดิม

4. ค่า default settings จะคืนค่าเริ่มต้นดังเดิม

ลองนำวิธี reset Internet Explorer settings ให้เป็นค่าdefaultเริ่มต้น ไปแก้ปัญหาIE ที่เกิดขึ้นกับเครื่องของเพื่อนๆดูนะครับ :D

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

แนะนำ 5 Themes สวยๆ สำหรับ Google Chrome เบราว์เซอร์ - ilovebrowser.com

สวัสดีครับ เพื่อนๆ สาวกกูเกิ้ลโครม วันนี้เอาธีมสวยๆของกูเกิ้ลโครมเบราว์เซอร์ มาแนะนำให้ลองไปใช้กันดูครับ จะได้เปลี่ยนหน้าตา เปลี่ยนสกินกูเกิ้ลโครมให้แปลกแหวกแนว ไม่ซ้ำซากกับแบบเดิมๆ มีธีม มีสกินอะไรบ้าง ลองไปดูกันครับ

1. Robot Theme เป็นธืม สกินสไตล์Android ครับ ตัวอย่างดังรูป



สาวกAndroid ไม่ควรพลาดกับธ๊มสวยๆ ธีมนี้ครับ ดาวน์โหลดติดตั้งได้ที่ ดาวน์โหลด Robot Theme

2. Distance Theme เป็นธีม แนวอวกาศ รองรับความละเอียดของหน้าจอได้ถึง 1680 x 1050 พิกเซล ตัวอย่างดังรูป


ใครที่ชอบธีมแนวอวกาศ ไม่ควรพลาดกับธีมนี้ครับ ดาวน์โหลดติดตั้งได้ที่ ดาวน์โหลด Distance Theme

3. Rain Drops Theme เป็นธีมที่ดูแล้วเย็นสบายตา ดูสดชื่น นั่นคือธีมหยดน้ำฝนหลั่งริน รองรับความละเอียดของหน้าจอได้ถึง 1680 x 1050 พิกเซล ตัวอย่างดังรูป



ใครที่ชอบธีมแนวหยดน้ำนี้ สามารถดาวน์โหลดติดตั้งได้ที่ ดาวน์โหลด Rain Drops Theme

4. Space Vision Theme ธีมนี้ก็เป็นธีมแนวอวกาศอีกอันนะครับ ที่สวยงามน่าใช้อีกอัน รองรับความละเอียดของหน้าจอได้ถึง 1920 x 1080 พิกเซล ตัวอย่างดังรูป



ใครที่ชอบธีมแนวอวกาศ สามารถดาวน์โหลดติดตั้งได้ที่ ดาวน์โหลด Space Vision Theme

5. Honeycomb Chrome Theme นี่ก็เป็นอีกธีมแนวๆAndroid ครับ ตัวอย่างดังรูป



ใครที่ชอบธีมแนวAndriod สามารถดาวน์โหลดติดตั้งได้ที่ ดาวน์โหลด Honeycomb Chrome Theme

เป้นยังไงกันบ้างครับ กับ Themes สวยๆ สำหรับ Google Chrome เบราว์เซอร์ ที่มาแนะนำกันในวันนี้ ลองนำไปใช้กันดูนะครับ หรือหากใครที่สนใจธีมอื่นๆอีก ก็สามารถไปค้นหา และดาวน์โหลดได้ที่เว็บ https://chrome.google.com/extensions/search/?q=Theme&hl=th นะครับ :D

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

วิธี send feedback ใน Internet Explorer - ilovebrowser.com

สวัสดีครับ วันก่อนนำ ช่องทางรายงานข้อผิดพลาด(Report Bug) Google Chrome เว็บเบราว์เซอร์ มาฝากกันไปแล้ว คราวนี้จะแนะนำช่องทางสำหรับ send feedback ไปยังทีมผู้พัฒนาInternet Explorer เพื่อแจ้งปัญหาการใช้งาน ข้อผิดพลาดที่เจอ หรือข้อเสอนแนะอื่นๆ กันนะครับ

วิธี send feedback ใน Internet Explorer มีดังต่อไปนี้
ขั้นแรก ให้ไปคลิกที่เมนูไอคอนรูปเกียร์ > จานั้นคลิกเมนูย่อย Send feedback ดังรูป



ขั้นต่อมา จะมีหน้าต่าง Send feedback ปรากฏขึ้นมา ให้ล๊อกอินด้วย Windows Live ID และPassword เพื่อsend feedback แจ้งปัญหาการใช้งาน ข้อผิดพลาดที่เจอ หรือข้อเสอนแนะอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ Internet Explorer ดังรูป



ขั้นต่อไป ให้คลิกปุ่ม Next และทำการsend feedback ได้เลยครับ

แต่ถ้าหากคลิกที่เมนู Send feedback แล้ว ปรากฏหน้าจอ ดังรูป



ให้คลิกที่เมนูลิงค์ Get Windows Live ID Sign-in Assistant จะปรากฏหน้าจอให้ดาวน์โหลด Windows Live ID Sign-in Assistant ซึ่งเป็นส่วนเสริมสำหรับใช้ในการ Send feedback ใน Internet Explorer ซึ่งถ้าใช้ Windows 32 bit ให้ดาวน์โหลดไฟล์ wllogin_32.msi แต่ถ้าใช้ Windows 64 bit ให้ดาวน์โหลดไฟล์ wllogin_64.msi ดังรูป



เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ก็ทำการติดตั้ง ก่อนติดตั้งให้ปิด Internet Explorer ออกไปก่อน รวมทั้ง Windows Live Messenger ด้วย



ทำการติดตั้งไปจนเสร็จสิ้น จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนแรก ข้างต้นต่อไปได้เลย



และสำหรับการแนะนำช่องทางในการsend feedback แจ้งปัญหาการใช้งาน ข้อผิดพลาดที่เจอ หรือข้อเสอนแนะอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ Internet Explorer ก็จบเพียงเท่านี้ ลองใช้กันดูนะครับ :D