หน้าเว็บ

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ทำไมต้องอัพเกรดใช้ Firefox 4 - ilovebrowser.com



จนถึง ณ วันนี้ วันที่ผมเขียนบทความนี้ Firefox เบราเซอร์ หรือที่เรียกๆกันทั่วไปในหมู่สาวกกันว่า "หมาไฟ" "หมาย่าง" นั้น ก็ได้เปิดให้ดาวน์โหลด Firefox เวอร์ชั่น 4 Beta แล้ว ทั้งนี้ ที่ผ่านมา Firefox ถือได้ว่าเป็นเว็บเบราเซอร์ที่ได้รับความนิยมกันอย่างมาก แต่หลายๆคนที่ได้ทดลองใช้ ก็ยังไม่ค่อยพอใจในเรื่องของความเร็วในการใช้งาน รวมทั้งประสิทธิภาพในการใช้งานทรัพยากรของเครื่อง ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และหลังจากที่ผมได้ทดลองใช้งาน Firefox 4 Beta มาได้สักระยะหนึ่ง วันนี้เลยจะมาบอกถึงเหตุผลหลักๆ 7 ประการ ที่เพื่อนๆควรอัพเกรดและติดตั้งใช้ Firefox 4 ดังนี้

1. ความเร็ว(Speed)


Firefox 4 ได้ถูก improved ในเรื่องของความเร็วในการใช้งาน ที่เร็วขึ้นกว่า Firefox 3 เป็นเกือบเท่าตัว โดยได้มีการ rebuilt javascript engine ทั้งหมด รวมไปถึง improved เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่น GMail ทั้งนี้ ถือได้ว่าการ improved เรื่องความเร็ว นี้ ถือได้ว่าเป็นเป้าหมายหลักในการอัพเกรดเวอร์ชั่นนี้ด้วย

2. ความปลอดภัย(Security)


เรืองความปลอดภัย ก็เป็นอีกเรื่องที่ Firefox 4 ให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องความเร็ว ทั้งนี้ ถึงแม้ว่า Firefox จะเป็น Open Source Browser ที่เปิดเผย codebase ทำให้ข้อบกพร่องในเรื่องความปลอดภัยได้ถูกค้นพบ และแก้ไข อุดช่องโหว่ รูรั่วนั้นๆ

3. The Cloud(Firefox Sync)


อีกฟีเจอร์หนึ่งที่อยากแนะนำก็คือ The Cloud(หรือ Firefox Sync) ที่ได้เพิ่มเข้ามา ทำให้เราสามารถทำการ Sync ข้อมูลการใช้งาน เช่น bookmarks, passwords, preferences, history และ tabs ต่างๆ ที่เราได้เปิดใช้งาน ไปไว้ที่ Firefox Sync Server ด้วย ทั้งนี้ต้องทำการสมัครและตั้งค่าใช้งานด้วยตัวเอง นอกจาก Sync เพื่อใช้งานในเครื่องอื่นแล้ว ยังสามารถ Sync ไปที่ Firefox บนมือถือ Android และ iOS ได้อีกด้วย

4. สนับสนุน HTML5(HTML5 Support)


ทดลองเช็คความสามารถในการรองรับ HTML5 และเปรียบเทียบกับเว็บเบราเซอร์ค่ายอื่นๆ ได้ที่เว็บ http://html5readiness.com/

5. ความเป็นส่วนตัว(Privacy)


สำหรับในเรื่องของ ความเป็นส่วนตัว(Privacy) Firefox 4 ก็มี Private Browsing Mode ซึ่งผมได้อธิบายไว้ในบทความ วิธีใช้เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) บน IE, Firefox, Chrome

6. ปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่(New Looks)


อีกหนึ่งฟีเจอร์ใน Firefox 4 ก็คือ การปรับแต่งหน้าตาใหม่ เช่น Tab groups, UI รวมไปถึงการปรับแต่งInterface ส่วนอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อให้การใช้งานที่ง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน Pin Tab ได้ด้วย

7. ปลั๊กอินและส่วนขยาย(Addons)

Firefox ถือได้ว่ามีปลั๊กอิน ส่วนขยายเก่งๆ เจ๋งๆ ให้ได้เลือกไปใช้งานมากมาย ซึ่งใน Firefox 4 นี้ ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์พิเศษเรื่องความปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ในการติดตั้งปลั๊กอิน และส่วนขยายด้วย

ยังไง หากเพื่อนๆที่สนใจ อยากจะทดลองใช้งาน ทดสอบประสิทธิภาพของ Fireofx 4 ตามที่ผมรีวิวมาแล้วข้างต้น สามารถคลิกที่ลิงค์ ดาวน์โหลด Firefox 4 beta ได้เลยครับ ส่วนFirefox 4 ภาษาไทย สามารถดาวน์โหลดได้ที่ ดาวน์โหลด Firefox 4 ภาษาไทย ได้เลยครับ หรือถ้ามีข้อเสนอแนะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งาน สามารถโพสต์คอมเม้นท์ข้างล่างได้เลยครับ :)

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิธีใช้เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) บน IE, Firefox, Chrome - ilovebrowser.com

การใช้งานเว็บเบราเซอร์ในการท่องอินเตอร์เน็ตนั้น โดยส่วนใหญ่ จะมีการเก็บ และจดจำข้อมูลต่างๆ เช่น เว็บไซต์ที่เราไปเยี่ยมชม, ไฟล์เว็บเพจต่างๆที่ถูกโหลดมาเก็บไว้ใน temporary หรือ  cache ของเครื่อง เป็นต้น แต่จะมีวิธีการยังไง ที่ไม่ต้องให้เว็บเบราเซอร์ ทำการเก็บ และจดจำข้อมูลดังกล่าวไว้ ในขณะที่เราท่องอินเตอร์เน็ต? คำตอบที่ผมแนะนำก็คือ เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing)

เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) คืออะไร

เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) เป็นโหมดที่เราใช้ท่องอินเตอร์เน็ต โดยที่ไม่ต้องเก็บข้อมูล ดังต่อไปนี้

1. เว็บไซต์ที่เราไปเยี่ยมชม(Visited pages) จะไม่ถูก add เก็บไว้ใน History Browsing
2. ข้อมูลที่กรอกใน Form และ Search Bar จะไม่ถูกเก็บไว้
3. Passwords ที่ใช้ login เข้าเว็บไซต์ต่างๆ ก็จะไม่ถูกเก็บ หรือจดจำไว้
4. ประวัติการดาวน์โหลดไฟล์(Download List)
5. คุ๊กกี้(Cookies)* ก็จะไม่มีการเก็บไว้
6. Web cache หรือ Temporary internet files อันได้แก่ พวกไฟล์เว็บเพจต่างๆ ไฟล์รูปภาพ ที่ถูกโหลดมาเก็บไว้ใน temporary หรือ  cache ของเครื่อง ก็จะไม่มีการเก็บไว้เช่นกัน

วิธีใช้เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) บน IE, Firefox, Chrome สามารถทำได้ดังนี้
1. เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) บน IE ทำได้ดังนี้
1.1 เปิด IE ขึ้นมา แล้วไปที่เมนู Tools > InPrivate Browsing (หรือใช้คีย์ด่วน Ctrl + Shift + P) ดังรูป


1.2 จากนั้น IE ก็จะเปิด InPrivate Browsing ขึ้นมาให้เราใช้อีกหน้าต่างหนึ่ง ดังรูป


1.3 จากนั้น ก็ใช้งานท่องอินเตอร์เน็ตไปตามปกติ ในหน้าต่าง InPrivate Browsing ครับ

2. เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) บน Firefox ทำได้ดังนี้
2.1 เปิด Firefox ขึ้นมา แล้วไปที่เมนู Tools > Start Private Browsing (หรือใช้คีย์ด่วน Ctrl + Shift + P) ดังรูป


2.2 จากนั้น Firefox ก็จะมีหน้าต่างเพื่อยืนยันการใช้งาน Private Browsing ขึ้นมา ดังรูป


ให้กดปุ่ม Start Private Browsing เพื่อยืนยันการใช้งาน
2.3 จากนั้นจะมีหน้าจอ Private Browsing ของ Firefox ขึ้นมาให้เราใช้งานแล้วหล่ะครับ ดังรูป


3. เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) บน Chrome ทำได้ดังนี้
3.1 เปิด Chrome ขึ้นมา แล้วไปกดปุ่มไอคอนรูปเกียร์ > เลือก New incognito window (หรือใช้คีย์ด่วน Ctrl + Shift + N) ดังรูป


3.2 จากนั้น Chrome ก็จะเปิดโหมด Private Browsing(Incognito) ขึ้นมาให้เราใช้ ดังรูป


3.3 จากนั้น ก็ใช้งานท่องอินเตอร์เน็ตไปตามปกติ ในหน้าต่าง Incognito ครับ

ยังไงลองนำวิธีใช้เว็บเบราเซอร์โหมดส่วนตัว(Private Browsing) บน IE, Firefox, Chrome ที่ผมได้แนะนำไปลองใช้กันดูนะครับ

หมายเหตุ
*คุ๊กกี้(Cookies) คือ กลุ่มของข้อมูลที่ถูกส่งจากเว็บเซิร์ฟเวอร์มา ยังเว็บเบราว์เซอร์ และถูกส่งกลับมายังเว็บเซิร์ฟเวอร์ทุกๆครั้ง ที่เว็บเบราว์เซอร์ร้องขอข้อมูล โดยปกติแล้วคุกกี้จะถูกใช้ เพื่อจัดเก็บข้อมูลขนาดเล็กๆไว้ที่เว็บเบราว์เซอร์ เพื่อให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถจดจำสถานะ การใช้งานของเว็บเบราว์เซอร์ที่มี ต่อเว็บเซิร์ฟเวอร์

ตัวอย่างการใช้งานคุกกี้ เช่น ใช้เพื่อจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้ เวลาที่ผู้ใช้เข้าเว็บครั้งล่าสุด ข้อมูลสินค้าที่ผู้ใช้เลือกไว้ ข้อมูลในคุกกี้เหล่านี้ ทำให้เว็บไซต์สามารถที่จะจดจำผู้ใช้ได้ แต่ไม่สามารถส่งคำสั่งมาประมวลผล หรือส่งไวรัสคอมพิวเตอร์ผ่านคุกกี้ได้ และมีเพียงเซิร์ฟเวอร์ที่สร้างคุกกี้นั้นๆ เท่านั้นจึงจะสามารถอ่านค่าของคุกกี้ดังกล่าวได้