หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

สถิติการใช้งานเว็บเบราเซอร์ทั่วโลกและในประเทศไทย

สถิติการใช้งานเว็บเบราเซอร์ทั่วโลก

สถิติการใช้งาน Google Chrome, Internet Explorer, Firefox, Safari, Opera และอื่นๆ ในมิถุนายน 2014
อ้างอิงจาก StatCounterW3CounterWikimediaNetApplications

สถิติการใช้งาน Google Chrome, Internet Explorer, Firefox, Safari, Opera และอื่นๆ ในมิถุนายน 2013
อ้างอิงจาก StatCounterClickyW3CounterWikimediaNetApplications


สถิติการใช้งานเว็บเบราเซอร์ในประเทศไทย

อ้างอิงจาก truehits.net

     จากรูปทั้งสถิติการใช้งานเว็บเบราเซอร์ Google Chrome, Internet Explorer, Firefox, Safari, Opera และอื่นๆ ทั่วโลกและในประเทศไทย จากเว็บให้บริการตรวจตรวจสอบสถิติอย่าง StatCounter, W3Counter, Wikimedia หรือ Truehits เอง จะเห็นว่า แนวโน้มของการใช้งานของ Google Chrome จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเว็บเบราเซอร์ค่ายอื่นๆ จะมีแนวโน้มการใช้งานที่ค่อนข้างสวิง มีทั้งขึ้นมีทั้งลง แต่ที่แน่ๆ Internet Explorer มีแนวโน้มการใช้งานลดลงเรื่อยๆ

     ถามว่าสถิตินี้ มีผลกับใครบ้าง?
1) บริษัทผู้ผลิต/สร้างเว็บเบราเซอร์นั้นๆขึ้นมา ซึ่งอาจจะแบ่งการตลาดตามสถิติการใช้งานนี้?!
2) ผู้พัฒนา Web Application จะต้องพัฒนาเว็บแอพฯให้รองรับการใช้งานเว็บเบราเซอร์หลักๆได้ เพราะจากเท่าที่มีโอกาสได้ใช้งานเว็บแอพฯของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จะเห็นได้ว่าเว็บแอพฯของภาครัฐจะยังไม่รองรับกับการเว็บเบราเซอร์หลักๆได้ เช่น ใช้ได้เฉพาะ IE เท่านั้น พอไปใช้ Chrome, Firefox บางฟังก์ชั่นจะใช้งานไม่ได้
3) อื่นๆ

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วิธีปิด Keyword หรือ URL Suggestion ใน Google Chrome

เวลาที่เราพิมพ์คำค้นหา(Keyword) หรือชื่อเว็บ(URL)ใดๆ ในช่อง Address bar ของ Google Chhrome แล้วมันแสดงคำค้นหา(Keyword) หรือชื่อเว็บ(URL) แนะนำมาให้เราเอง ดังรูป

search-keyword-suggestion

ซึ่งบางคนอาจจะรำคาญกับฟังก์ชั่นอัตถประโยชน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน บางคนก็ว่าทำให้ช้า บางคนก็ว่ารำคาญ วันนี้เลยมีวิธีปิด Keyword หรือ URL Suggestion ใน Google Chrome มาแนะนำ ดังนี้

  1. ไปที่ไอคอน Control Google Chrome และเลือกเมนู Settings ดังรูปgoogle-chrome-settings

  2. จากนั้นให้เลื่อนลงไปจนเห็นข้อความ Show advanced settings...  จากนั้นคลิก แล้วให้ไปที่ส่วน Privacy

  3. ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกออกหน้าข้อความ
    Use a prediction service to help complete searches and URLs typed in the address bar or the app launcher search box

    ดังรูป

    google-chrome-privacy

  4. จากนั้นปิดหน้าต่างแท๊บ Settings ออกไป แล้วลองพิมพ์คำค้นหา(Keyword) หรือชื่อเว็บ(URL) จะเป็น ดังรูปno-search-keyword-suggestion


ในทางครงกันข้าม หากต้องการเปิดใช้งานฟังก์ชั่น Keyword หรือ URL Suggestion ซึ่งเป็นการแนะนำคำค้นหา(Keyword) หรือชื่อเว็บ(URL) ที่คาดว่าเรากำลังค้นหาใน Google Chrome ก็ให้ไปติ๊กเครื่องหมายถูกที่หน้าข้อความ
Use a prediction service to help complete searches and URLs typed in the address bar or the app launcher search box

ดังรูป

search-keyword-suggestion1

เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้ปิด(disable)/เปิด(enable) ฟังก์ชั่นการแนะนำคำค้นหา(Keyword) หรือชื่อเว็บ(URL) Suggestion ใน Google Chrome ได้แล้วละครับ ^^

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เตือนภัยการฟิชชิ่ง(Phishing)อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง(ibanking)

ปัจจุบันเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการทำธุรกรรมแบงก์กิ้งออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต(ibanking) และในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดี หรือกลุ่มมิจฉาชีพ(Hacker) ก็ได้พัฒนารูปแบบกลโกงในการโจรกรรมข้อมูลผ่านการทำธุรกรรมแบงก์กิ้งออนไลน์ของผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า ฟิชชิ่ง(Phishing)

phishing

 

Phishing คืออะไร

Phishing คือ วิธีที่กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีหรือกลุ่มมิจฉาชีพ(Hacker) ใช้ในการโจรกรรมข้อมูล อาศัยรูปแบบของการปลอมแปลงอีเมล์ แอบอ้างมาจากสถาบันการเงิน และแนบ link หรือ สร้างเว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบให้คล้ายคลึงกับเว็บไซต์จริง มุ่งหลอกลวงให้ผู้รับอีเมล์เข้าใจผิด หลงเชื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทางด้านการเงิน หรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต บัญชีผู้ใช้บริการและรหัสผ่าน ข้อมูลรหัสบัตรเอทีเอ็ม ข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขประกันสังคม และอื่นๆ เพื่อกลุ่มมิจฉาชีพ(Hacker) นำข้อมูลเหล่านั้นไปกระทำการทุจริตฉ้อโกงต่างๆ ซึ่งกลวิธีของการPhishing จะใช้กลยุทธทางด้านจิตวิทยา โดยสร้างความเชื่อถือและจุดสนใจ หรือประเด็นสำคัญเร่งด่วน อาทิเช่น ส่งอีเมล์แจ้งว่า เป็นเรื่องเร่งด่วนจากธนาคาร แจ้งปิดบัญชีลูกค้า แจ้งเรื่องบัตรเครดิตหมดอายุ แจ้งขอสำรวจข้อมูลลูกค้า การเสนอโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อหลอกลวงให้ลูกค้าหลงเชื่อ ป้อนข้อมูลส่วนตัวบนหน้าจอ หรือทำรายการไปยังเว็บไซท์อื่น เป็นต้น

แต่ผู้ให้บริการหรือธนาคารต่างๆก็ไม่ได้นิ่งเฉย ได้มีการนำ Secure Socket Layer(SSL) เข้ามาใช้ในรักษาความลับข้อมูล

Secure Sockets Layer(SSL) คือ คืออะไร

Secure Sockets Layer(SSL) คือ เครื่องมือทางเทคโลยีชั้นสูงที่ธนาคารนำมาใช้เพื่อรักษาความลับข้อมูล ทุกครั้งที่เข้าสู่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ระบบบจะทำการเข้ารหัส คือ สลับที่ข้อมูลและแปลงเป็นรหัสตัวเลขทั้งหมด ถึงแม้ว่าผู้ไม่ประสงค์ดีจะผ่านเข้าระบบ SSL ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก ก็ยังไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ การถอดรหัสเพื่อแปลงตัวเลขเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากจะมีกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การถอดรหัสโดยไม่ทราบเลขกุญแจแทบเป็นไปไม่ได้เนื่องจากจำนวนหลักเลขของกุญแจสูงมาก

ตัวอย่าง URL Address ที่มีการเข้ารหัส SSL


ibanking-bbl-url

กรณี  ibanking bbl 

ตัวอย่างหน้าจอ ibanking bbl ของจริง


ibanking-bbl

ตัวอย่างหน้าจอ (pop-up) ibanking bbl หลอกลวง


fake-popup-ibanking
ข้อแนะนำเพื่อการป้องกันและไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชิพทั้งหลาย

  1. ผู้ใช้บริการควรดูแลและป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ปลอดภัยที่สุด

  2. ควรตรวจสอบความถูกต้องของรายการธุรกรรมทางการเงิน และยอดเงินในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันรายการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

  3. ถ้าไม่มั่นใจกับอีเมล์ที่ได้รับ หรืออีเมล์ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ควรยกเลิกลบทิ้ง ไม่ควรป้อนข้อมูล หรือตอบกลับอีเมล์นั้น

  4. ไม่ควรคลิก Link อำนวยความสะดวกที่แนบมาในเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ อนึ่งเพื่อความมั่นใจในการใช้งานอย่างปลอดภัย ควรพิมพ์ url address ของเว็บไซต์ที่ท่านสนใจเข้าเยี่ยมชมด้วยตนเองเท่านั้น

  5. หลีกเลี่ยงการรันโปรแกรมที่ส่งมาพร้อมกับอีเมล์ เนื่องจากอาจเป็นโปรแกรมประสงค์ร้ายที่แฝงเข้ามาดักจับข้อมูลส่วนตัวสำคัญของท่านหรือก่อกวนทำลายระบบข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านได้

  6. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ

  7. โดยทั่วไป ธนาคารไม่มีนโยบายในการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับของลูกค้า เช่น ชื่อบัญชี ผู้ใช้บริการ รหัสผ่าน Password รหัสบัตร ATM หมายเลขบัญชี หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขบัตรประชาชน ผ่านทางอีเมล์ ผ่านทางโทรศัพท์ หรือผ่านทาง ข้อความทางโทรศัพท์มือถือ (SMS)

  8. เข้าหน้าเว็บไซต์เพื่อทำธุรกรรมอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ให้สังเกตเครื่อหมาย Verify หรือ Trust และทดลองคลิกที่รูปไอคอนเหล่านี้ดู ssl-provider ssl-provider-1 ssl-provider-2ถ้าปรากฏหน้าจอ เป็นตัวอย่างดังรูป
    ssl-provider-info
    แสดงว่า เป็นหน้าเว็บไซต์ของจริง


หากเกิดความสงสัยหรือติดปัญหาการใช้งานธุรกรรมแบงก์กิ้งออนไลน์ของแต่ละธนาคาร สามารถติดต่อเบอร์ Call Center ของแต่ละราย ดังต่อไปนี้
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา Call Center 1572
ธนาคารกรุงเทพ Call Center 1333 หรือ (66) 02-645-5555
ธนาคารกรุงไทย Call Center 1551
ธนาคารทหารไทย Call Center 1558 หรือ (66) 02-299-1875
ธนาคารไทยพาณิชย์ Call Center 02-777-7777
ธนาคารกสิกรไทย Call Center 0-2888-8822

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วิธีแก้ปัญหาดูวิดีโอ Youtube ใน Google Chrome ไม่ได้

เห็นหลายๆคน เจอปัญหาไม่สามารถดูวิดีโอ Youtube ใน Google Chrome ได้ ทั้งที่เจอปัญหาเดียวกัน และบางคนก็แก้ได้ แต่บางคนก็แก้ไม่ได้

google-chrome-youtube

ในที่นี้ เลยรวบรวมวิธีแก้ปัญหาดูวิดีโอ Youtube ใน Google Chrome ไม่ได้ มาไว้ให้ลองนำไปแก้ปัญหากันเป็นกรณีๆไป ดังต่อไปนี้

  • วิธีที่ 1 ลบ Cookie, History, Cache และ Browsing Data สามารถทำตามบทความ ไกด์วิธีเคลียร์HistoryลบBrowsing DataในGoogle Chrome ทำตามเสร็จแล้ว ลองปิดและเปิด Google Chrome ใหม่

  • วิธีที่ 2 ลบ User โดยให้คลิกที่ไอคอน Google Chrome Control ดังรูปGoogle-chrome-control-settings จากนั้นเลือก Settings แล้วดูในส่วนของ User ดังรูป google-chrome-delete-user และให้กดเลือกลบทีละ User ทำตามเสร็จแล้ว ลองปิดและเปิด Google Chrome ใหม่

  • วิธีที่ 3 Disable Extensions โดยพิมพ์ที่ช่อง Address bar ว่า chrome://extensions จากนั้นเลือก disable extensions ที่เราไม่ได้ใช้แล้วไม่รู้จัก โดยติ๊กเครื่องหมายถูกออกในช่องหน้าข้อความ enable หรือคลิกที่ไอคอนรูปถังขยะ เพื่อลบ Extensions นั้นๆ ออกไป ทำตามเสร็จแล้ว ลองปิดและเปิด Google Chrome ใหม่

  • วิธีที่ 4 Disable Plugins gcswf32.dll โดยพิมพ์ที่ช่อง Address bar ว่า chrome://plugins จากนั้นให้เมนู +detail ที่อยู่มุมขวา เพื่อขยาย และกด disable flash รายการที่มีชื่อไฟล์  gcswf32.dll ดังตัวอย่าง path C:\Users\**********\AppData\Local\Google\Chrome\Application\18.0.1025.168\gcswf32.dll ให้เหลือไว้เฉพาะ C:\Windows\SysWOW64\Macromed\Flash\NPSWF32.dll หรือ C:\Windows\system32\Macromed\Flash\NPSWF32.dll ที่ไม่ต้องกด disable

  • วิธีที่ 5 ตั้งค่า Display Flash Player โดยเปิดไปหน้าเว็บ Youtube และเปิดวิดีโอใดๆก็ได้ จากนั้นให้คลิกขวาที่วิดีโอที่กำลังเปิด เลือก settings > ติ๊กเครื่องหมายถูกออกหน้าข้อความ enable hardware acceleration ให้เป็น ดังรูปflash-player-display-setting แล้วกด Close แล้ว Refresh ดูวิดีโออีกครั้ง

  • วิธีที่ 6 อัพเกรต Flash Plugins/Flash Player โดยคลิกที่ลิงก์ ดาวน์โหลด Flash Player จากเว็บAdobe แล้วทำการติดตั้ง Flash Player ให้เรียบร้อย จากนั้น ลองปิดและเปิด Google Chrome ใหม่

  • วิธีที่ 7 ให้ Uninstall Google Chrome ปัจจุบันที่เป็นปัญหาออกไป จากนั้นให้ลอง ดาวน์โหลด Google Chrome เวอร์ชั่นเก่าๆ มาใช้ เช่น จากเว็บ filehippo.com โดยลองใช้เวอร์ชั่นที่ต่ำกว่า 20 ลงมา ตัวอย่างที่ผมเคยใช้แก้ปัญหาได้คือ Google Chrome เวอร์ชั่น 17 แล้วลองใช้งาน youtube ดู

  • วิธีที่ 8 ให้ อัพเดท Google Chrome ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด โดยให้ Uninstall Google Chrome ปัจจุบันที่เป็นปัญหาออกไปก่อน จากนั้นรีสตาร์ทเครื่อง 1 ครั้ง แล้วดาวน์โหลด Google Chrome ล่าสุด จากลิงก์ ดาวน์โหลด Google Chrome มาติดตั้ง แล้วลองใช้งาน youtube ดู

  • แถม วิธีเช็คเวอร์ชั่น Google Chrome ของคุณว่าเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดหรือยัง ให้พิมพ์ chrome://chrome ที่ชื่อง Address bar จากนั้นกด Enter จะมีข้อความว่า Google Chrome is up to date. ดังรูป google-chrome-up-to-dateแสดงว่าเป็น Google Chrome ล่าสุด แล้วครับ


ลองนำหลากหลายวิธีแก้ปัญหาดูวิดีโอ Youtube ใน Google Chrome ไม่ได้ ที่ผมได้นำเสนอไปแล้ว ไปใช้แก้ปัญหากันดูนะครับ ต้องมีสักวิธีที่น่าจะช่วยแก้ปัญหาการเล่นวิดีโอ Youtube ใน Google Chromeให้คุณได้ :)

 

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ซ่อมแซมแก้ไขปัญหา Internet Explorer แฮงค์หรือไม่ตอบสนองใดๆ

เคยเป็นกันไหมครับ ใช้โปรแกรม Internet Explorer เล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ดีๆ ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอติดตั้งพวกโปรแกรมฟรีทั้งหลายที่แอบแถมของแถมอย่างพวก toolbars, plugins, add-ons หรือที่เรียกกันเป็นทางการว่า Browser Helper Object(BHO) มาให้ แบบไม่รู้ตัวบ้าง หรือแบบเผลอติดตั้งไปโดยไม่รู้บ้าง ซึ่งบางตัวก็เป็นฟังก์ชั่นที่น่าใช้ แต่บางตัวแถมมาก็ทำให้ Internet Explorer แฮงค์บ้างละ ค้างบ้างละ ไม่ตอบสนองใดๆ not responding ไปเฉยๆ

ie-hang-cause-add-ons

หลังจากที่ได้ติดตั้งพวกโปรแกรมฟรีต่างๆไป แล้วมีของแถมอย่าง toolbars, plugins, add-ons มาด้วย แล้วเจอปัญหาต่อไปนี้

  • เปิด Internet Explorer แล้วช้า อึด ยิ่งกว่าเต่าขี่หลังกันเดิน

  • เปิด Internet Explorer แล้วแน่นิ่ง ยิ่งกว่าน้ำแช่แข็ง

  • เปิด Internet Explorer แล้วไม่เสถียร หรือค้าง แฮงค์ ไม่ตอบสนอง


ให้ลองโหลดตัวซ่อมแซมปัญหา Internet Explorer แฮงค์ ค้าง หรือ not responding ไม่ตอบสนองใดๆ ไปใช้กันดู ตามลิงก์

ลองนำตัวซ่อมแซม Internet Explorer Fix It จากปัญหาการติดตั้ง  toolbars, plugins, add-ons ไปใช้กันดูครับ

 

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

โปรแกรม Internet Explorer(IE) กับ Windows แต่ละเวอร์ชั่น

Windows Internet Explorer, Microsoft Internet Explorer, Internet Explorer หรือที่เรียกสั้นๆว่า MSIE, IE ซึ่งจะถนัดเรียกว่ายังไงก็ตามแต่ มันก็คือโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ที่ใส่เข้ามาในระบบปฎิบัติการ Windows ของไมโครซอฟต์นั่นเอง โดยโปรแกรม Internet Explorer เวอร์ชั่น 1.0 ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995(พ.ศ. 2538) พร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows 3.1x จากนั้นก็มีการพัฒนาและปรับปรุงเรื่อยมา ถึงปี ค.ศ. 2013(พ.ศ. 2556) เป็นโปรแกรม Internet Explorer เวอร์ชั่น 11 ที่มาพร้อมกับ Windows 8, Windows Server 2012 R2 รวมถึงรองรับการใช้งานบน Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 ได้อีกด้วย

internet-explorer-version

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบ Internet Explorer แต่ละเวอร์ชั่นที่รองรับและสามารถใช้ได้กับ Windows แต่ละเวอร์ชั่น ดังรูปตาราง(คลิกเพื่อดูภาพขยาย) แสดงต่อไปนี้

windows-ie-version

วิธีตรวจสอบเวอร์ชั่นของโปรแกรม Internet Explorer ว่าเราใช้โปรแกรม Internet Explorer เวอร์ชั่นอะไรอยู่ ให้เปิดโปรแกรม Internet Explorerขึ้นมา แล้วไปที่เมนู Help > About Internet Explorer เท่านี้เราก็จะทราบเวอร์ชั่นของโปรแกรม Internet Explorer แล้วล่ะครับ

วิธีตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบปฎิบัติการ Windows ว่าเราใช้ระบบปฎิบัติการ Windows เวอร์ชั่นอะไรอยู่ สามารถทำได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้

วิธีที่ 1 ไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์ว่า winver จากนั้น Enter

winver

วิธีที่ 2 คลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือกที่เมนู Properties

windows-system

ซึ่งในอนาคตข้างหน้าเราก็คงจะเห็นโปรแกรม Internet Explorer เวอร์ชั่น 12 และเวอร์ชั่นต่อๆไปอีกแน่นอนครับ

กล่าวโดยสรุป หากคุณใช้ Windows เวอร์ชั่นอะไร โปรแกรม Internet Explorer ที่รองรับ จะเป็นดังตาราง
























ระบบปฎิบัติการ Windows

โปรแกรม Internet Explorer ที่รองรับ



Windows 8.1, Windows RT 8.1, Windows 7 sp1




Internet Explorer 11




Windows 8, Windows RT, Windows 7




Internet Explorer 10




Windows Vista




Windows Internet Explorer 9




Windows XP




Windows Internet Explorer 8


ทั้งนี้ เราสามารถตรวจสอบเวอร์ชั่นล่าสุดของ Internet Explorer โดยคลิกที่ ลิงก์นี้ ครับ

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

วิธีลบ Ask Toolbar(PUP.Optional.SafetyNut.A) ตัวปัญหา นำพาโฆษณา น่ารำคาญ

หลายคนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตและชอบดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆมาติดตั้งลงเครื่อง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ คุณรู้หรือไม่ว่า อาจจะโดนแอดแวร์ PUP.Optional.SafetyNut.A เล่นงาน ซึ่งเวลาที่คุณเปิดโปรแกรมเพื่อเล่นอินเตอร์เน็ต อย่าง Internet Explorer, Google Chrome, Firefox มันจะเปิดหน้าแท๊บแรก ตัวอย่างดังรูป

ask_home_page

ซึ่งเมื่อเราเปิดไปหน้าเว็บไหน มันก็จะมีโฆษณาแฝงขึ้นมาให้รำคาญ เปิดหน้าเว็บอึดและช้า บางครั้งทำให้โปรแกรม Error ไปเลย โดยเจ้า Adware ที่ชื่อว่า PUP.Optional.SafetyNut.A นี้โดยจะแสดงโฆษณาในลักษณะเป็น banner, search, pop-up, pop-under, interstitial หรือ in-text link (อาจจะเรียกได้ว่าเป็นลักษณะของการทำ blackhat SEO หรือหาเงินจากการโฆษณา ก็ได้) อาจจะเผยแพร่มาจากหลายเจ้า เช่น SafetyNut, MindSpark โดยมันจะมากับพวกโปรแกรมฟรีต่างๆ เช่น video recording/streaming, download-managers หรือ PDF creators เป็นต้น ดังนั้น ทุกครั้งที่จะติดตั้งโปรแกรมฟรีใดๆลงเครื่อง ให้ระมัดระวัง และสังเกตให้ดีๆ เพราะมันจะมีตัวเลือกให้สามารถติ๊กออกเพื่อไม่ให้ติดตั้ง Toolbar ที่นำพาแอดแวร์ PUP.Optional.SafetyNut.A มาได้ แต่ถ้าติดตั้งไปแล้ว และโดนเล่นงานอยู่ ให้แก้ไข โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

วิธีลบ Ask Toolbar(PUP.Optional.SafetyNut.A) ตัวปัญหา นำพาโฆษณา น่ารำคาญ ทำได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ลบ PUP.Optional.SafetyNut.A adware ด้วยโปรแกรม AdwCleaner

  1. ให้ดาวน์โหลด AdwCleaner มาไว้ที่เครื่อง

  2. ก่อนรันโปรแกรม ให้ปิดโปรแกรมและเว็บเบราเซอร์ออกไปให้หมด จากนั้นดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน AdwCleaner ดังรูป
    icon-adwcleaner

  3. เมื่อเปิดโปรแกรมขั้นมาแล้ว ให้กด Scan เพื่อรันตรวจสอบและลบ ดังรูป
    scan-adwcleaner

  4. เมื่อโปรแกรมรันสแกนเสร็จ ให้กดปุ่ม Clean เพื่อทำการลบแอดแวร์ ดังรูป
    cleanup-adwcleaner


ขั้นตอนที่ 2 ลบ PUP.Optional.SafetyNut.A browser hijacker ด้วย Junkware Removal Tool

  1. ให้ดาวน์โหลด Junkware Removal Tool มาไว้ที่เครื่อง

  2. ก่อนรันโปรแกรม ให้ปิดโปรแกรมและเว็บเบราเซอร์ออกไปให้หมด จากนั้นดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Junkware Removal Tool ดังรูป
    icon-Junkware

  3. เมื่อเปิดโปรแกรมขั้นมาแล้ว ให้กดใครใดๆก็ได้บนแป้นพิมพ์ เช่น Enter เพื่อสั่งให้โปรแกรมรันตรวจสอบและลบ ดังรูป
    scan-junkware-removal-tool

  4. ให้รอจนกระทั่งโปรแกรมรันสแกนเสร็จ อาจจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที และเมื่อโปรแกรม Junkware Removal Tool รันสแกนตรวจสอบและลบ Adware PUP.Optional.SafetyNut.A เสร็จจะปรากฏหน้าจอ log ไฟล์แจ้ง ดังรูป
    log-Junkware


 

หลังจากทำเสร็จทั้งสองขั้นตอนแล้ว ให้ทำการรีสตาร์ทเครื่อง 1 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะลบ Ask Toolbar(PUP.Optional.SafetyNut.A) Adware ตัวปัญหา นำพาโฆษณา น่ารำคาญได้เรียบร้อย ลอวนำวิธีที่แนะนำไปใช้กันดูนะครับ ^^

 

 

วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีลบ mySearchResults Search ออกจากเครื่องและ Firefox, Chrome, IE

เจอกันบ้างไหมครับ เวลาที่เปิดโปรแกรมเว็บเบราเซอร์อย่าง Firefox, Internet Explorer(IE) หรือ Google Chrome ขึ้นมาแล้วมันจะมีหน้า mySearchResults Search เปิดมารออยู่แล้วในแท๊บแรกเลย และส่งหน้าให้เราไปที่เ็ว็บ MySearchResults.com โดยอัตโนมัติ ตัวอย่าง ดังรูป

mySearchResults Search ใน Firefox


mysearchresults-on-firefox

mySearchResults Search ใน Google Chrome


mysearchresults-chrome

mySearchResults Search ใน Internet Explorer


mysearchresults-on-ie

ซึ่งเจ้า Search ตัวนี้ ถือเป็น Adware ตัวหนึ่งที่สร้างเพื่อการโฆษณาผ่านหน้าเว็บ โดยเว็บหรือผลิตภัณฑ์ที่ถูกมานำโฆษณานั้น เช่น พวกโปรแกรม Toolbar ต่างๆ ที่อาจจะมีทั้งปลอดภัยและไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจจะรวมถึงพวกไวรัส สปายแวร์แฝงมาด้วย รวมไปถึงทำให้การทำงานของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ที่เรากำลังใช้งานอยู่เกิดการ Crash หรือ แฮงค์ ค้าง กลางอากาศได้

เอาล่ะ เกริ่นมาพอสมควรแล้ว มาดูหน้าตาตัวอย่างของ mySearchResult Search พร้อม วิธีลบ mySearchResults Search ออกจาก Firefox, Chrome และ IE กันต่อไปเลย

ขั้นตอนที่ 1. Uninstall โปรแกรมที่ชื่อว่า Default Tab, Default Tab for Chrome และ Browser Protect ออกจากเครื่อง โดยมีวิธีดังนี้

1.1 ไปที่ Start > Control Panel > คลิกเมนู Uninstall a Program

1.2 ที่หน้า Uninstall or change program ให้ค้นหาและ Uninstall โปรแกรมที่มีชื่อว่า Default Tab หรือ Default Tab for Chrome หรือ Browser Protect ออกให้หมด โดยคลิกขวาที่ชื่อนั้นๆ แล้วเลือก Uninstall ดังรูป

mysearchresults-uninstall

ขั้นตอนที่ 2. ทำการลบ mySearchResults Search ออกจาก Firefox, Chrome และ IE ตามลำดับ ดังนี้

วิธีลบ mySearchResults Search ออกจาก Firefox ทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เปิด Firefox ขึ้นมา แล้้วกดปุ่ม Firefox ที่อยู่มุมบนซ้ายสุด > เลือกเมนู Help > คลิกเมนู Troubleshooting Information ดังรูป


firefox-troubleshooting

 

  • จากนั้น ที่กรอบมันขวาของหน้าจอแท๊บ Troubleshooting Information ให้กดปุ่ม Reset Firefox ดังรูป


firefox-reset-default

 

  • จากนั้นจะมีหน้าต่างมาถาม ให้กดยืนยัน Reset Firefo แล้วรอจนกระทั่ง Firefox ปิดตัวเอง แล้วเปิดขึ้นมา ให้กดปุ่ม Finish เมื่อ Firefox เปิดขึ้นมาแล้ว


วิธีลบ mySearchResults Search ออกจาก Google Chrome ทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เปิด Google Chrome ขึ้นมา แล้วคลิกที่ไอคอน ตรง Toolbar มุมบนขวา ดังรูป Google-chrome-control-settings

  • จากนั้นเลือกเมนู Tools > คลิกเมนู Extensions

  • ที่หน้าจอแท๊บ Extensions ให้กดปุ่มรูปไอคอนถังขยะที่หลัง Extensions ที่ชื่อ Default Tab  เพื่อลบ ดังรูป


remove-mysearchresults-chrome-extension

 

  • ต่อมา ให้คลิกที่ไอคอน ตรง Toolbar มุมบนขวา ดังรูป Google-chrome-control-settings  อีกครั้ง

  • แล้วคลิกเมนู Settings > แล้วไปที่ส่วนของ Search และคลิกปุ่ม Manage Search engines...

  • จะมีหน้า Search engines ปรากฏ ให้คลิกเลือกที่ Google จากนั้นกดปุ่ม Make default ดังรูป


set-default-search-engine-google

 


    • ถัดมาให้ไปที่ส่วน On startup ที่อยู่ในหน้า Settings แล้วคลิกตัวเลือก Open the New Tab page ดังรูป



chrome-on-startup

  • จากนั้นปิดแล้วเปิด(รีสตาร์ท) Google Chrome


วิธีลบ mySearchResults Search ออกจาก Internet Explorer(IE) ทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้


    • เปิด IE ขึ้นมา ไปที่เมนู Tools > คลิกเมนู Internet Options 

    • จะปรากฏหน้าจอ Internet Options ให้คลิกแท๊บ Advanced และกดปุ่ม Reset... ดังรูป



ie-reset-default

 

  • ต่อมาจะมีหน้าจอ Reset Internet Explorer Settings เด้งขึ้นมา ให้ติ๊กถูกที่หน้าข้อความ Delete personal settings > แล้วกดปุ่ม Reset ดังรูป


reset-ie-default-settings

  • จากนั้นรอจนกระทั่ง IE reset เรียบร้อย ให้คลิกปุ่ม Close > OK ตามลำดับ แล้วให้ปิดแล้วเปิด(รีสตาร์ท) Internet Explorer


ขั้นตอนที่ 3. ทำความสะอาด Registry ด้วยโปรแกรม AdwCleaner ดังนี้

adwCleaner-scan-result

  • คลิ๊ก ลิงก์ดาวน์โหลด AdwCleaner เพื่อไปหน้าดาวน์โหลดโปรแกรม AdwCleaner

  • หลังจากดาวน์โหลดโปรแกรม AdwCleaner มาไว้ที่เครื่องแล้ว ให้เปิดรันโปรแกรมขึ้นมา โดยดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ AdwCleaner.exe

  • จากนั้นโปรแกรมเปิดขึ้นมาแล้ว ให้กดปุ่ม Scan จากนั้นรอสักครู่เพื่อดูผล ซึ่งจะแสดงผลที่หน้า Result ดังรูปข้างต้น

  • ต่อมาโปรแกรม Scan เสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Clean เพื่อทำการลบไวรัส MySearchResult.com Redirect

  • เมื่อโปรแกรม Clean เรียบร้อย ให้ปิดโปรแกรมออกไป แล้วทำการรีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง แล้วทดสอบเว็บเบราเซอร์ Internet Explorer, Firefox, Google Chrome ใช้งานดูครับ


ลองนำวิธีลบ mySearchResult Search ออกจากเครื่องรวมทั้ง Firefox, Chrome และ Internet Explorer แก้ไขตามบทความนี้ไปใช้กันดูครับ ^^

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีรายงานแจ้งปัญหา(Issue) Google Chrome ไปให้ Google

หากใช้ google chrome แล้ว เจอปัญหาการใช้งานต่างๆ เราสามารถรายงานปัญหาเหล่านั้นส่งให้ทางทีมงาน Google ได้ เพื่อทำการตรวจสอบ และแก้ไขต่อไปซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่จะส่งรายงานแจ้งปัญหา(Issue) Google Chrome ไปให้ Google ให้ลองค้นหาปัญหา(Issue) ที่ศูนย์ Chrome Help Forum ก่อนนะครับ

วิธีรายงานแจ้งปัญหา(Issue) Google Chrome ไปให้ Google สามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1. เปิด Google Chrome ขึ้นมา แล้วคลิกที่ไอคอน ตรง Toolbar มุมบนขวา ดังรูปGoogle-chrome-control-settings

2. จากนั้นเลือกเมนู Tools > แล้วคลิกเมนู Report an issue... ดังรูป

Report-issue-google-chrome

3. ต่อมาจะปรากฏหน้าจอ Report issue ให้รายงานปัญหา โดยสามารถระบุ

  • รายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาที่พบ(ต้องระบุ)

  • URL หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยว(ไม่ระบุก็ได้)

  • Email(ไม่ระบุก็ได้)

  • Attach File(แนบไฟล์ที่เกี่ยวข้อง ต้องระบุ)

  • ทั้งนี้สามารถส่ง Screen capture หน้าจอหรือหน้าเว็บที่มีปัญหาได้ด้วย ตามลำดับ


Report-issue

 

4. เมื่อระบุรายการต่างๆครบเรียบร้อย ให้กดปุ่ม Send Feedback เพียงเท่านี้ คุณก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยพัฒนาและแก้ Bug Google Chrome ได้แล้วละครับ :)